มีเว็บง่ายๆ ได้แล้ว! วันนี้! กับ Hitzthemeเทมเพลตจูมล่า ภาษาไทย รองรับมือถือ 

 

fix joomla hacked guide

 

จะมีการออกตัวอัปเดตเพื่อแก้ไข แต่หลายคนก็อาจจะยังไม่เข้าใจลำดับขั้นตอนในการทำความสะอาดเว็บและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ วันนี้เราจะมาเจาะลึกขั้นตอนการตรวจสอบ แก้ไข และป้องกันเว็บไซต์ Joomla ของคุณให้ปลอดภัยกันครับ

 

ปัญหาเว็บ Joomla โดนแฮก เกิดจากอะไร?

สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ ปัญหาการโดนแฮกมัก ไม่ได้เกิดจากตัว Core ของ Joomla เอง เพราะระบบหลักของ Joomla (โดยเฉพาะ Joomla 4, 5 หรือ 6) มีระบบรักษาความปลอดภัยที่สูงมาก โอกาสที่จะโดนเจาะจากตัว Core นั้นมีน้อย

แต่ปัญหาหลักมักมาจาก ส่วนเสริม (Extension) บางตัวที่อาจมีช่องโหว่ (Vulnerability) และเปิดโอกาสให้แฮกเกอร์โจมตีผ่านช่องทางโค้ดเหล่านั้น ซึ่ง CMS ทุกตัวสามารถเกิดปัญหานี้ได้เหมือนกัน ในช่วงที่ผ่านมา ส่วนเสริมหลักๆ ใน Joomla ที่มักตกเป็นเป้าหมาย ได้แก่:

  • JCE Editor: เครื่องมือช่วยเขียนบทความยอดนิยมที่เคยมีช่องโหว่ แต่ปัจจุบันมีการออก Patch อัปเดตเพื่อแก้ปัญหาเรียบร้อยแล้ว
  • Page Builder CK: เป็นอีกหนึ่งตัวที่มีการรายงานการโจมตี
  • ส่วนเสริมอื่นๆ เช่น ตัว Framework หรือ SP Page Builder ก็เคยมีการถูกโจมตีเช่นกัน

 

อาการเมื่อเว็บไซต์ถูกโจมตีและโดนแฮก

แต่ละเว็บไซต์อาจเจอรูปแบบการโจมตีที่แตกต่างกัน อาการที่พบบ่อยมีดังนี้:

  1. ถูก Redirect: เข้าหน้าเว็บเราแล้วถูกส่งต่อไปยังเว็บไซต์การพนัน แอปพลิเคชัน หรือให้ดาวน์โหลดโปรแกรมแปลกๆ
  2. หน้าเว็บถูกเปลี่ยน (Defacement): ข้อมูลบนหน้าเว็บหรือหน้าตาเว็บไซต์ถูกเปลี่ยนไปเป็นหน้าอื่นโดยสิ้นเชิง
  3. หน้าเว็บปกติ แต่ Google มองเห็นเป็นเว็บสแปม: เราเข้าเว็บได้ปกติ แต่เมื่อเช็กผ่าน Google Search Console จะพบว่า Google มองเห็นหน้าเว็บเราเป็นเว็บแอปพลิเคชันหรือเว็บพนันไปแล้ว ทำให้เราไม่รู้ตัวเลยว่าโดนแฮก

 

ขั้นตอนการตรวจสอบและแก้ไขเมื่อเว็บโดนแฮก

การแก้ปัญหาจะต้องจัดการทั้งในส่วนของ เว็บไซต์ (หลังบ้าน) และ Hosting / Server เพราะต่อให้เราอัปเดต Extension เพื่อปิดช่องโหว่แล้ว แต่ถ้าแฮกเกอร์ฝังไฟล์ Backdoor ไว้ใน Server เว็บก็ยังคงโดนแฮกได้เรื่อยๆ

1. กรณีที่ยังเข้าหลังบ้าน (Administrator) ได้

  • ทำการ Backup เว็บไซต์ทันที: หากมีระบบอย่าง Akeeba Backup ให้รีบทำการแบ็กอัปเก็บไว้ก่อน เพื่อให้เรามีไฟล์ที่ยังพอกู้คืนได้

 

2. กรณีที่เข้าหลังบ้านไม่ได้เลย

  • ให้เข้าไปที่ Control Panel ของ Hosting (เช่น DirectAdmin หรือ Plesk)
  • ไปที่ File Manager และไปยังโฟลเดอร์หลักของเว็บไซต์
  • ตรวจสอบไฟล์ configuration.php โดยกดแก้ไขโค้ด (Edit)
  • เลื่อนหาบรรทัด Error Report ซึ่งปกติจะเป็นค่า Default ให้เปลี่ยนเป็นคำว่า "maximum" แล้วกดบันทึก
  • จากนั้นไปรีเฟรชหน้า Administrator เพื่อดูว่าระบบแจ้ง Error อะไรบ้าง จะได้เข้าไปตามแก้ได้ถูกจุดจนกว่าจะเข้าหลังบ้านได้

 

3. การตรวจสอบไฟล์แปลกปลอมใน Server

  • ให้นำโฟลเดอร์ต้นฉบับของ Joomla (เวอร์ชันเดียวกันกับที่ใช้) มาเทียบกับโฟลเดอร์ใน Hosting ของเรา
  • ตรวจสอบไฟล์แปลกปลอม โดยเฉพาะไฟล์ .php ที่ไปซ่อนอยู่ในโฟลเดอร์ที่แฮกเกอร์ชอบฝังไว้ เช่น โฟลเดอร์ images (ซึ่งปกติควรมีแต่รูปภาพ ไม่ควรมีไฟล์ .php) หรือ โฟลเดอร์ tmp
  • บางครั้งแฮกเกอร์อาจซ่อนไฟล์ PHP โดยแปลงนามสกุลเป็น .png ให้ดูเหมือนรูปภาพ ต้องใช้ความรอบคอบในการตรวจสอบและลบทิ้ง

 

เครื่องมือตัวช่วยในการสแกนไวรัสและป้องกันเว็บไซต์

ระบบ Anti-Virus บน Server (เช่น Imunify360)

วิธีที่ดีที่สุดคือการเลือกใช้บริการ Hosting ที่มีระบบแอนตี้ไวรัสแบบ Real-time เช่น Imunify360 ระบบนี้จะทำงานอยู่ภายใต้ Server ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรม สแกนหา Malware และ Backdoor แบบเรียลไทม์ หากตรวจพบ ระบบจะทำการคลีน (Cleaning) และบล็อกให้ทันที หากโฮสติ้งที่คุณใช้ยังไม่มี แนะนำให้สอบถามผู้ให้บริการเพื่อขอย้ายไปใช้ Server ที่มีระบบนี้

 

การใช้งาน Extension ตรวจสอบเว็บ (HT Protect)

หาก Hosting ของคุณไม่มีระบบแอนตี้ไวรัส คุณจำเป็นต้องใช้ Extension เข้ามาช่วยป้องกัน ขอแนะนำคอมโพเนนต์ฟรีที่มีชื่อว่า HT Protect ซึ่งรองรับตั้งแต่ Joomla 3 ไปจนถึง Joomla 6 โดยมีความสามารถดังนี้:

  • ตรวจสอบไฟล์ Core ของ Joomla ว่ามีความแตกต่างหรือถูกแก้ไขจากต้นฉบับหรือไม่
  • สแกนหา Malware ภายในเว็บไซต์
  • ปกป้องการเข้าถึง Backend
  • สร้างกฎ .htaccess เพื่อป้องกันการอัปโหลดไฟล์อันตรายเข้าสู่โฟลเดอร์สำคัญ
  • มีระบบ Clean up โฟลเดอร์ tmp อัตโนมัติ

(หมายเหตุ: แนะนำให้อัปเดตเวอร์ชันของ Joomla และ Extension ทั้งหมดให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อนทำการสแกน)

 

ขั้นตอนสุดท้าย: ตรวจสอบความถูกต้องกับ Google Search Console

เมื่อคุณทำความสะอาดเว็บไซต์จนมั่นใจว่าปลอดภัยแล้ว สิ่งสุดท้ายที่ห้ามลืมคือการบอก Google ว่าเว็บไซต์เรากลับมาเป็นปกติแล้ว:

  1. เข้าไปที่ Google Search Console
  2. นำ URL ของคุณไปใส่ในช่อง "ตรวจสอบ URL"
  3. คลิก "ทดสอบ URL ที่เผยแพร่จริง" (รอประมาณ 2-3 นาที)
  4. คลิก "ดูหน้าที่ทดสอบ" เพื่อดูภาพหน้าจอและโค้ด HTML ว่า Google มองเห็นเว็บของเราเป็นหน้าตาปกติแล้วหรือไม่ (ไม่ใช่หน้าเว็บพนันหรือสแปม)
  5. หากหน้าเว็บกลับมาเป็นปกติแล้ว ให้กด "ขอทำดัชนี (Request Indexing)" เพื่อให้ Google อัปเดตข้อมูลเว็บไซต์ใหม่

เพียงทำตามขั้นตอนทั้งหมดนี้ คุณก็จะสามารถกู้คืนเว็บไซต์ Joomla จากการโดนแฮก พร้อมทั้งเพิ่มเกราะป้องกันให้เว็บไซต์ปลอดภัยในระยะยาวได้อย่างแน่นอนครับ

 

 

 

พูดคุยผ่าน Messenger
พูดคุยผ่าน LINE
ribbon top right